US vs. Japan Static IPs: อันไหนดีกว่าสําหรับการวิจัยตลาดท้องถิ่น

เมื่อดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศหรืออีคอมเมิร์ซต่างประเทศ การวิจัยตลาดท้องถิ่นมักเป็นสิ่งจำเป็น อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณอยู่ในประเทศของตัวเอง เนื้อหาที่คุณเห็นบนแพลตฟอร์มอาจแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากสิ่งที่ผู้ใช้ท้องถิ่นเห็น — ราคาแตกต่าง โปรโมชั่นแตกต่าง และแม้แต่ผลการค้นหาก็แตกต่างกัน
เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์จริงของตลาดเป้าหมายอย่างแม่นยำ คุณจำเป็นต้องใช้ IP แบบสถิต โดยเฉพาะ IP แบบศูนย์ข้อมูลสถิต เพื่อจำลองการเข้าถึงเว็บไซต์เหมือนผู้ใช้ท้องถิ่น
วันนี้เรามาพูดถึง IP สถิติของสหรัฐฯ กับ IP สถิติของญี่ปุ่น: อันไหนเหมาะสมกว่าสำหรับการวิจัยตลาดท้องถิ่น เรียนรู้วิธีเข้าถึงข้อมูลตลาดเป้าหมายและข้อมูลต่าง ๆ เหมือนผู้ใช้ท้องถิ่น

1. ทำไมต้องใช้ IP สถิติ สำหรับการวิจัยตลาดท้องถิ่น
หลายคนพบปัญหาเมื่อทำการวิจัยตลาดต่างประเทศ: ข้อมูลที่เห็นแตกต่างจากผู้ใช้ท้องถิ่น ซึ่งสาเหตุหลักมาจาก:
• ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์: เว็บไซต์หลายแห่งแสดงเนื้อหาต่างกันตามที่อยู่ IP ของคุณ เช่น ราคา โปรโมชั่น และแม้แต่ผลการค้นหา
• มาตรการป้องกันการเก็บข้อมูลอัตโนมัติ: แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซบางแห่งจำกัด IP ที่เข้าบ่อย การใช้ IP แบบไดนามิกอาจทำให้ระบบตรวจพบเป็นบอทได้ง่าย
• ความเสถียรของข้อมูล: IP แบบไดนามิกเปลี่ยนบ่อย ทำให้การเข้าถึงต่อเนื่องไม่เสถียรและส่งผลต่อความแม่นยำของการวิเคราะห์ข้อมูล
ในกรณีนี้ IP สถิติจะมีความสำคัญ การใช้ IP สถิติเข้าเว็บไซต์ของประเทศเป้าหมายจะช่วยให้คุณเห็นเนื้อหาเหมือนผู้ใช้ท้องถิ่น และการเก็บข้อมูลก็จะเสถียรมากขึ้น
2. ความแตกต่างระหว่าง IP สถิติและ IP ศูนย์ข้อมูลสถิติ
• IP สถิติ: ที่อยู่ IP คงที่ที่ไม่เปลี่ยนแปลง สามารถกำหนดให้กับอุปกรณ์หรือเซิร์ฟเวอร์ของคุณ โดยปกติจะจัดหาโดยผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP)
• IP ศูนย์ข้อมูลสถิติ: จัดหาโดยผู้ให้บริการ IP มืออาชีพจากศูนย์ข้อมูล มีความเสถียรและความเป็นส่วนตัวสูงกว่า IP สถิติทั่วไป เหมาะสำหรับการเก็บข้อมูลขนาดใหญ่และการวิจัยตลาด
ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการทำการวิจัยตลาดสหรัฐฯ การใช้ IP สถิติสหรัฐฯ หรือ IP ศูนย์ข้อมูลสถิติจะทำให้เนื้อหาบน Amazon, eBay และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซอื่น ๆ แสดงเหมือนกับที่ผู้ใช้ท้องถิ่นเห็น
3. วิธีเลือก IP สถิติสำหรับแต่ละประเทศ
1. ระบุตลาดเป้าหมาย
ก่อนอื่นให้ชัดเจนว่าคุณต้องการวิจัยประเทศหรือภูมิภาคใด ประเทศต่าง ๆ มีสภาพแวดล้อมตลาด นิสัยการบริโภค และพฤติกรรมการค้นหาต่างกัน
• IP สถิติสหรัฐฯ: เหมาะสำหรับการวิจัยอีคอมเมิร์ซ สื่อสังคมออนไลน์ และเครื่องมือค้นหาในอเมริกาเหนือ เช่น Amazon, Walmart, eBay, Google Ads และแคมเปญโฆษณา Facebook ตลาดสหรัฐฯ มีขนาดใหญ่และแข่งขันสูง เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของหลายบริษัทข้ามชาติ
• IP สถิติญี่ปุ่น: เหมาะสำหรับการวิจัยอีคอมเมิร์ซญี่ปุ่นและแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ท้องถิ่น เช่น Rakuten, Yahoo Shopping, Amazon Japan, Line และ Twitter ญี่ปุ่น ตลาดญี่ปุ่นมีลักษณะเฉพาะท้องถิ่นสูง และการเข้าถึงด้วย IP ภายในประเทศอาจแสดงเนื้อหาที่แตกต่างจากผู้ใช้จริง
• IP ประเทศยุโรป (เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ): เหมาะสำหรับอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน การท่องเที่ยว และการวิจัยบริการทางการเงิน มุ่งเน้นที่อันดับการค้นหาและโฆษณาท้องถิ่น
• IP ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เช่น สิงคโปร์ ไทย อินโดนีเซีย): เหมาะสำหรับการวิจัยการช็อปปิ้งบนมือถือและแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ เนื้อหาท้องถิ่นแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะในด้านโปรโมชั่นและกลยุทธ์โฆษณา
2. พิจารณาประเภทและความเสถียรของ IP
การวิจัยตลาดมักเกี่ยวข้องกับการเข้าถึงและเก็บข้อมูลจำนวนมาก หาก IP ไม่เสถียร เว็บไซต์อาจตรวจพบการเข้าถึงของคุณว่าเป็นเรื่องผิดปกติ ทำให้ประสิทธิภาพการวิจัยลดลง
• IP สถิติทั่วไป: เหมาะสำหรับการวิจัยเบา ๆ หรือการเข้าชมเว็บไซต์เป็นครั้งคราว หากคุณเพียงแค่ท่องเว็บหรือเก็บข้อมูลปริมาณเล็ก ๆ IP ประเภทนี้ก็เพียงพอ
• IP ศูนย์ข้อมูลสถิติ: เสถียรและปลอดภัยกว่า เหมาะสำหรับการเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ การเข้าถึงต่อเนื่อง และการเก็บข้อมูลเว็บ IPDEEP ให้บริการ IP ศูนย์ข้อมูลสถิติที่สามารถเลือกตามประเทศและเมือง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการวิจัยตลาดท้องถิ่น
• แนะนำให้ให้ความสำคัญกับ IP ศูนย์ข้อมูลสถิติที่มีความเสถียรสูงเมื่อทำการวิจัยตลาดระหว่างประเทศ เพื่อให้แน่ใจว่าความเร็วในการเข้าถึงและความต่อเนื่องของข้อมูล
3. ปรับให้ตรงกับความต้องการและปริมาณการวิจัย
บางครั้งการวิจัยของคุณเกี่ยวข้องกับหลายแพลตฟอร์มและประเภทของข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งต้องเก็บข้อมูลขนาดใหญ่และใช้ IP พร้อมกันหลายตัว IPDEEP มีแพ็กเกจหลาย IP ตามประเทศที่สามารถเลือกได้ตามความต้องการ
ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการวิจัยราคาใน Amazon และ Walmart ของสหรัฐฯ ควรใช้ IP สถิติสหรัฐฯ 2 ตัวที่แตกต่างกันเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบล็อกจากการเข้าถึงบ่อย
4. พิจารณา IP ระดับเมือง
บ่อยครั้ง IP จากเมืองต่าง ๆ ในประเทศเดียวกันจะแสดงเนื้อหาที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะในประเทศใหญ่ เช่น สหรัฐฯ:
• IP สถิติ New York: อาจเห็นราคาหรือโปรโมชั่นฝั่งตะวันออก
• IP สถิติ Los Angeles: แสดงเนื้อหาฝั่งตะวันตก มีความแตกต่างเล็กน้อยในโปรโมชั่น
IPDEEP สามารถให้บริการ IP สถิติระดับเมือง ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับการวิจัยโปรโมชั่นอีคอมเมิร์ซ แคมเปญโฆษณา และการจัดอันดับการค้นหา
5. ให้ความสำคัญกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและประสิทธิภาพการจำลองท้องถิ่น
แพลตฟอร์มบางแห่งปรับแต่งเนื้อหาตาม ISP เช่น เครือข่ายมือถือหรือบรอดแบนด์ท้องถิ่น การเลือก IP ISP ที่ถูกต้องช่วยจำลองประสบการณ์ผู้ใช้จริง IPDEEP รองรับการเลือก IP จาก ISP ต่าง ๆ ทำให้ผลการวิจัยใกล้เคียงกับประสบการณ์ผู้ใช้ท้องถิ่นมากขึ้น
4. วิธีใช้ IP สถิติ สำหรับการวิจัยตลาดท้องถิ่น
1. สมัครบัญชี IPDEEP
ก่อนอื่นสมัครบัญชีบนเว็บไซต์ IPDEEP และเลือกประเภท IP ที่เหมาะสม สำหรับการวิจัยตลาด แนะนำให้ใช้ IP ศูนย์ข้อมูลสถิติเพื่อความเสถียรและความเร็วในการเข้าถึงที่ดีกว่า
2. เลือก IP ของประเทศเป้าหมาย
ตัวอย่างเช่น หากคุณวิจัยตลาดสหรัฐฯ ให้เลือก IP สถิติสหรัฐฯ หากวิจัยญี่ปุ่น ให้เลือก IP สถิติญี่ปุ่น ระบบหลังบ้านของ IPDEEP อนุญาตให้เลือกประเทศ เมือง และบางครั้งเลือก ISP ต่าง ๆ ได้
3. ตั้งค่าอุปกรณ์หรือพร็อกซี่
IP สถิติสามารถกำหนดให้กับเซิร์ฟเวอร์ คอมพิวเตอร์ หรือซอฟต์แวร์พร็อกซี่ ตัวอย่างเช่น ใช้ส่วนขยายพร็อกซี่ใน Chrome สคริปต์ Python หรือเครื่องมือเก็บข้อมูล คุณสามารถเข้าถึงเว็บไซต์เป้าหมายผ่าน IP สถิติได้
4. เริ่มเก็บข้อมูล
เมื่อเข้าถึงเว็บไซต์ของประเทศเป้าหมาย คุณจะเห็นเนื้อหาเหมือนผู้ใช้ท้องถิ่น คุณสามารถวิจัยได้ เช่น:
• ราคาและโปรโมชั่นอีคอมเมิร์ซ
• การจัดอันดับคำค้นหาบนเครื่องมือค้นหา
• แคมเปญโฆษณา
• การวิเคราะห์การปรับเนื้อหาให้เข้ากับท้องถิ่นบนโซเชียลมีเดีย
5. วิเคราะห์ข้อมูลและกลยุทธ์การปรับเนื้อหาให้เข้ากับท้องถิ่น
ข้อมูลที่เก็บรวบรวมสามารถจัดเรียงด้วย Excel, Python หรือเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล และรวมเข้ากับผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์ตลาดของคุณเพื่อพัฒนากลยุทธ์การปรับเนื้อหาให้เข้ากับท้องถิ่นอย่างตรงเป้าหมาย
สรุป
การวิจัยตลาดท้องถิ่นไม่ได้หมายความว่าเพียงแค่ “เข้าเว็บไซต์บางแพลตฟอร์ม” การเลือก IP ของประเทศที่เหมาะสม การรับประกันความเสถียรของ IP และการรักษาความต่อเนื่องของข้อมูลคือกุญแจสำคัญ
การใช้ IP สถิติ โดยเฉพาะ IP ศูนย์ข้อมูลสถิติจาก IPDEEP ช่วยให้คุณเข้าถึงเว็บไซต์เหมือนผู้ใช้ท้องถิ่นและเก็บข้อมูลที่แม่นยำและเชื่อถือได้
หากคุณกำลังขยายธุรกิจไปต่างประเทศหรืออยากเข้าใจความต้องการจริงของผู้ใช้ในแต่ละประเทศ IP สถิติคือเครื่องมือที่ขาดไม่ได้







